เคยไหม? ปวดฟันจนนอนไม่หลับ พอไปหาหมอฟันด้วยความหวังว่าหมอจะถอนออกหรือกรอฟันแก้ปัญหาให้ทันที แต่กลับได้คำตอบว่า “ขอติดตามดูอาการก่อน” (Wait and See) หรือให้ยามากินแล้วนัดมาใหม่ สรุปแล้วเวลามีอาการ ปวดฟันอยู่ ถอนฟันได้ไหม? และทำไมทันตแพทย์ถึงไม่เลือกปฏิบัติตอบสนองความต้องการของเราในทันที บทความนี้มีคำตอบทางทันตกรรมอย่างละเอียดมาเล่าให้ฟังครับ
1. สาเหตุที่หมอยังไม่ถอนฟันขณะปวด: ข้อมูลตรวจไม่สอดคล้องกับอาการ
ในการวินิจฉัยโรคฟัน ทันตแพทย์เปรียบเสมือน “นักสืบ” ที่ต้องรวบรวมหลักฐานหลายอย่างเข้าด้วยกัน ได้แก่:
- การซักประวัติและพฤติกรรม: ตำแหน่งที่ปวด ลักษณะการปวด (ปวดจี๊ด ปวดตื้อๆ หรือปวดเวลาเคี้ยว)
- การตรวจในช่องปาก: เช็กการบวม แดง ร้อน หนอง หรือรอยโรค
- การเอกซเรย์ (X-Ray): ดูรอยโรคใต้รากฟัน กระดูกรองรับฟัน หรือความผิดปกติที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
- การทดสอบการตอบสนอง : เช่น การเคาะฟันทีละซี่ หรือการทดสอบความเย็น/ความร้อน
หากผลการตรวจเหล่านี้ “ไม่ตรงกับสิ่งที่คนไข้บอก” เช่น คนไข้บอกปวดซี่ซ้าย แต่เมื่อเคาะทดสอบกลับระบุตำแหน่งสลับไปสลับมา หรือภาพเอกซเรย์ไม่พบรอยโรคผิดปกติเลย ทันตแพทย์จะไม่สามารถระบุซี่ที่เป็นสาเหตุจริงได้ หากรีบลงมือทำอาจนำไปสู่การรักษาผิดซี่อย่างน่าเสียดาย
“การรักษารากฟันหรือการถอนฟัน เป็นหัตถการที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนได้ (Irreversible) หากเจาะหรือถอนฟันผิดซี่ไปแล้ว เนื้อฟันธรรมชาติจะไม่สามารถเรียกคืนมาได้เลย”
2. หลักการ Reversible vs Irreversible: ทำไมต้องเริ่มจากวิธีที่ย้อนกลับได้ก่อน
ในทางการแพทย์ ทันตแพทย์จะแบ่งการรักษาออกเป็น 2 ประเภทหลัก:
- Reversible (หัตถการที่แก้ไขย้อนกลับได้): เช่น การทายาลดอาการเสียวฟัน, การถอดหัวครอบรากเทียมออกเพื่อลดแรงกด, หรือการให้ใส่ Night Guard (เฝือกสบฟัน) หากสงสัยว่าคนไข้นอนกัดฟัน วิธีเหล่านี้ไม่ทำลายเนื้อฟันและสามารถแก้ไขกลับคืนได้ง่าย
- Irreversible (หัตถการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้): เช่น การกรอฟัน การเจาะรักษารากฟัน หรือการถอนฟัน ซึ่งเป็นขั้นตอนการทำลายเนื้อฟันอย่างถาวร
ดังนั้น เมื่อผลการตรวจยังก้ำกึ่ง หมอฟันจึงต้องเลือกใช้วิธี Reversible เพื่อบรรเทาอาการก่อน และเฝ้าระดูอาการจนกว่าสาเหตุจะปรากฏชัดเจน

3. ปวดฟันแต่อาจไม่ใช่โรคฟัน: ทำความรู้จักกับ Non-odontogenic Pain
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้หมอไม่ถอนฟันให้ คือ อาการปวดนั้นไม่ได้มาจากตัวฟันตั้งแต่แรก! ทางการแพทย์เรียกว่า Non-odontogenic Pain หรืออาการปวดที่ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างฟัน ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น:
- เส้นประสาทอักเสบ : เกิดความผิดปกติที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 ทำให้ส่งสัญญาณปวดร้าวมาที่บริเวณขากรรไกรและฟัน ทั้งที่ตัวฟันยังแข็งแรงสมบูรณ์
- ความเครียดและการนอนหลับพักผ่อนน้อย: ส่งผลให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อขากรรไกรอักเสบ จนรู้สึกปวดฟันซี่เดิมๆ หรือปวดกระจายหลายซี่
- อาการปวดหลอน : อาการปวดที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทรับรู้ความรู้สึก
ในกรณีนี้ การถอนฟันออกไปกี่ซี่ก็จะไม่ช่วยให้อาการปวดหายไป แต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจและจ่ายยารักษาจาก แพทย์เฉพาะทางระบบประสาท โดยตรง
4. คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดฟัน
ข้อปฏิบัติเมื่อปวดฟันแต่หมอยังไม่ถอนให้:
- สังเกตอาการอย่างระมัดระวัง: บันทึกว่าปวดช่วงเวลาใด ปวดเมื่อรับประทานของร้อน/เย็น หรือปวดเวลาสบฟัน เพื่อนำข้อมูลไปแจ้งทันตแพทย์ในการนัดครั้งถัดไป
- ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด: หากหมอแนะนำให้ใส่ เฝือกสบฟัน (Night Guard) หรืองดเคี้ยวอาหารแข็งบริเวณนั้น ให้ปฏิบัติตามสม่ำเสมอ
- เข้าใจกระบวนการ Wait & See: การนัดติดตามอาการ (Follow-up) ถือเป็นการรักษาขั้นสำคัญ เพื่อป้องกันการเสียเนื้อฟันโดยไม่จำเป็น
- พบแพทย์ระบบประสาทเมื่อได้รับคำแนะนำ: หากทันตแพทย์ตรวจแล้วไม่พบรอยโรคในช่องปาก ควรเปิดใจเข้ารับการตรวจระบบประสาทตามคำแนะนำ
