ปวดฟันทรมาน นอนไม่หลับ! สรุปเรื่อง “รักษารากฟัน” เข้าใจง่ายในบทความเดียว
เคยไหม? อยู่ดีๆ ก็ปวดฟันขึ้นมาเองโดยไม่มีสาเหตุ ปวดตุ๊บๆ ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น หรือเสียวฟันจี๊ดอย่างรุนแรงเวลากินของร้อนของเย็น อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องฟันผุธรรมดา แต่างอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า “เชื้อโรคได้ลุกลามเข้าสู่โพรงประสาทฟัน” เรียบร้อยแล้วครับ หากปล่อยทิ้งไว้นอกจากอาการปวดจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ยังอาจเกิดการติดเชื้อลุกลามจนต้องเสียฟันซี่สำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
วันนี้ คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษารากฟันอย่างเจาะลึก เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจรักษาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีครับ
การรักษารากฟัน คืออะไร?
โครงสร้างฟันของเราประกอบด้วย 3 ชั้นหลักๆ ได้แก่ ชั้นเคลือบฟัน (ด้านนอกสุด), ชั้นเนื้อฟัน (ชั้นกลาง) และ โพรงประสาทฟัน (ชั้นในสุด) ซึ่งเป็นที่อยู่ของเส้นประสาทและเส้นเลือด หากฟันผุลึก ฟันแตก หรือได้รับอุบัติเหตุกระแทกจนเชื้อโรคเข้าไปถึงโพรงประสาทฟัน จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ
การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) คือการที่ทันตแพทย์จะทำการนำเนื้อเยื่อติดเชื้อและเส้นประสาทฟันที่อักเสบออก ทำความสะอาดช่องรากฟัน ใส่ยาฆ่าเชื้อ แล้วทำการอุดปิดคลองรากฟันด้วยวัสดุพิเศษ เพื่อกำจัดแหล่งสะสมเชื้อโรค และช่วยให้เราสามารถ “เก็บฟันแท้ดั้งเดิมไว้ใช้งานได้” โดยไม่ต้องถอนทิ้งครับ

5 สัญญาณเตือน! อาการแบบไหนที่คุณต้อง “รักษารากฟัน”
- ปวดฟันขึ้นมาเอง: ปวดตุ๊บๆ โดยไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้น นั่งอยู่เฉยๆ ก็ปวด หรือปวดรุนแรงขณะนอนหลับ
- เสียวฟันยาวนาน: ดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็นแล้วเสียวฟันจี๊ด ค้างอยู่นานหลายวินาทีหรือเป็นนาทีไม่หาย
- เจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร: รู้สึกเจ็บหรือระบมเมื่อกดเน้นลงไปที่ฟันซี่นั้น
- มีตุ่มหนองที่เหงือก: มีตุ่มคล้ายสิวขึ้นบริเวณเหงือกใกล้รากฟัน และอาจมีหนองไหลออกมา
- ฟันเปลี่ยนสีเป็นสีคล้ำ: ฟันเริ่มมีสีคล้ำดำลงกว่าซี่อื่น แสดงถึงภาวะ “ฟันตาย” จากการติดเชื้อหรือแรงกระแทกในอดีต
อันตรายแค่ไหน? ถ้าปล่อยไว้ไม่ยอมรักษารากฟัน
หลายคนเลือกที่จะกินยาแก้ปวดบรรเทาอาการไปวันๆ แต่ทราบไหมครับว่า ความปวดที่หายไปชั่วคราว ไม่ได้หมายความว่าเชื้อโรคหายไป แต่เป็นเพราะเส้นประสาทฟันได้ตายไปแล้ว! หากปล่อยทิ้งไว้ เชื้อโรคจะสะสมและก่อให้เกิดผลเสียตามมา ดังนี้:
- เกิดฝีและตุ่มหนองบริเวณเหงือกและกระดูกเบ้ารองรับฟัน
- การติดเชื้อลุกลามไปยังฟันซี่ข้างเคียง และทำลายกระดูกรอบรากฟัน
- อาการบวมลามออกไปยังใบหน้า ใต้ตา หรือลำคอ
- ในกรณีร้ายแรง เชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ ในร่างกาย
- สุดท้ายอาจไม่สามารถเก็บฟันไว้ได้ และต้องถอนฟันออกในที่สุด
ขั้นตอนการรักษารากฟันที่ คลินิกทันตกรรมคูณ
- ตรวจวินิจฉัยและ X-Ray 3 มิติ (CT) / Digital X-Ray: เพื่อดูรูปร่างและความลึกของคลองรากฟัน ตลอดจนบริเวณที่มีการติดเชื้อรอบปลายราก
- ใส่แผ่นยางกันน้ำลาย: ช่วยแยกฟันซี่ที่จะรักษา ไม่ให้น้ำลายและเชื้อโรคในปากเข้าไปปนเปื้อน
- กรอฟันและทำความสะอาดโพรงประสาทฟัน: กรอเปิดทางและใช้เครื่องมือขนาดเล็กกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออกอย่างละเอียด
- ใส่ยาฆ่าเชื้อและนัดติดตามอาการ: ใส่ยารักษาภายในคลองรากฟันและปิดฟันไว้ชั่วคราว เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้หมด (พักประมาณ 1-2 สัปดาห์)
- อุดคลองรากฟัน: เมื่อคลองรากฟันสะอาด ไม่มีอาการปวดแล้ว แพทย์จะอุดปิดด้วยวัสดุกัตต้าเพอชา
- บูรณะฟันขั้นสุดท้าย: อุดฟัน หรือทำครอบฟัน (ร่วมกับการใส่เดือยฟัน) เพื่อฟื้นฟูความแข็งแรงให้กลับมาใช้งานบดเคี้ยวได้เต็มประสิทธิภาพ
คำถามยอดฮิต: รักษารากฟัน เจ็บไหม? ต้องมาที่คลินิกกี่ครั้ง?
รักษารากฟัน เจ็บไหม?
ตอบได้เลยครับว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด! ก่อนเริ่มการรักษา ทันตแพทย์จะทายาชาชนิดชาเร็วที่เหงือก และทำการฉีดยาชาอย่างเบามือ ทำให้ระหว่างการทำคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเลย หากยาชาเริ่มคลาย ทันตแพทย์ก็สามารถเติมยาชาให้ได้ตลอดเวลา ส่วนหลังทำเสร็จอาจมีอาการระบมเล็กน้อย สามารถทานยาแก้ปวดบรรเทาได้ภายใน 1-2 วันครับ
ต้องมาทำกี่ครั้ง ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปขั้นตอนการรักษารากฟันจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ครั้ง (นัดห่างกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง) และหากต้องทำครอบฟันต่อ จะใช้อีกประมาณ 2-3 ครั้ง รวมทั้งกระบวนการจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ครั้ง หรือ 1-2 เดือนครับ
เปรียบเทียบ: รักษารากฟัน VS ถอนฟัน เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การรักษารากฟัน (+ ครอบฟัน) | การถอนฟัน (ไม่ใส่ฟันปลอม) |
| การเก็บฟันแท้ | รักษาฟันแท้ดั้งเดิมไว้ได้ 100% | สูญเสียฟันแท้ไปอย่างถาวร |
| ประสิทธิภาพการเคี้ยว | บดเคี้ยวได้ดี แน่นธรรมชาติ | ประสิทธิภาพลดลง เคี้ยวลำบากขึ้น |
| ผลกระทบระยะยาว | ฟันเคี้ยวได้ดี ไม่กระทบซี่อื่น | ฟันข้างเคียงล้ม ฟันคู่สบยื่นย้อย |
| ค่าใช้จ่าย | ราคาสูงกว่าในช่วงแรก แต่คุ้มค่าระยะยาว | ราคาถอนถูกกว่า แต่มักเสียค่าทำรากเทียมเพิ่มในอนาคต |
รักษารากฟันแล้วยังปวดอยู่ เกิดจากอะไร? สรุปสาเหตุและทางออกโดยทันตแพทย์
หลายคนคงเคยเจอปัญหา ชวนกังวลใจหลังจากที่ “รักษารากฟัน” มาเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมเวลาเคี้ยวอาหาร นิ่งๆ หรือลองเคาะฟันดู แล้วยังรู้สึก ปวด หน่วงๆ เสียวๆ หรือตึงๆ อยู่? ทั้งๆ ที่คุณหมอบอกว่าตัดเส้นประสาทฟันออกไปแล้ว!
อาการเหล่านี้เกิดจากอะไร? ฟันซี่นี้ยังใช้งานได้อยู่ไหม? หรือถึงเวลาต้องถอนแล้วเปลี่ยนเป็น รากฟันเทียม? ขอสรุปแนวทางแก้ไขมาให้เข้าใจง่ายๆ ในบทความนี้ครับ
💡 ทำความเข้าใจก่อน: “การรักษารากฟัน” vs “การทำรากฟันเทียม” ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะไปดูสาเหตุ เรามาทำความเข้าใจความต่างของ 2 วิธีนี้กันก่อนครับ:
- การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment): คือการทำความสะอาดโพรงประสาทฟันที่ติดเชื้อ ใส่ยา และอุดคลองรากเพื่อ “เก็บรากฟันธรรมชาติเดิมไว้” ให้สามารถต่อครอบฟันใช้งานได้ต่อ
- การทำรากฟันเทียม (Dental Implant): คือการถอนฟันที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้วออก แล้วฝังหมุดไทเทเนียมลงในกระดูกเพื่อตั้งเป็น “รากฟันใหม่” ขึ้นมาแทนที่

❓ รักษารากฟันแล้ว ทำไมยังรู้สึกปวดหรือเสียวอยู่?
แม้ว่าเส้นประสาท ภายใน โพรงฟันจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่เหตุผลที่คุณยังรู้สึกตึงๆ หรือเสียวเวลาเคาะ มาจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้ครับ:
1. อาการอักเสบที่ “เอ็นยึดปริทันต์” หรือปลายรากฟัน
รอบๆ รากฟันของคนเราจะมี เอ็นยึดปริทันต์ (Periodontal Ligament) และเนื้อเยื่อปลายรากฟันอยู่ ซึ่งยังมีเส้นเลือดและเส้นประสาทตามธรรมชาติ หากก่อนมารักษารากฟัน คนไข้ปล่อยทิ้งไว้นานจนเกิดการติดเชื้อ เป็นหนอง หรือเอ็นรอบรากฟันบวม/อักเสบมาก แม้จะรักษารากฟันเสร็จแล้ว แต่เนื้อเยื่อรอบๆ อาจยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
2. มารักษาช้าเกินไป (ติดเชื้อลุกลาม / ฟันร้าว)
หากเริ่มรักษารากฟันตั้งแต่ระยะแรกๆ อัตราความสำเร็จจะสูงเกิน 90% แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนกระทั่ง:
- ปวดระบมเป็นหนอง
- มีรอยร้าวลึกถึงรากฟัน
- ฟันเริ่มคลาว/โยก
กรณีเหล่านี้จะทำให้อัตราการรักษาสำเร็จลดลง และมีโอกาสเกิดอาการหลงเหลือหลังรักษาได้มากกว่าปกติครับ
3. โครงสร้างคลองรากฟันมีความซับซ้อน
คลองรากฟันของมนุษย์มีความโค้ง คด และขนาดเล็กเท่ารูเข็ม ในบางกรณีที่มีคลองรากฟันแขนงเล็กๆ ซ่อนอยู่ หรือมีความซับซ้อนสูง การทำความสะอาดอาจทำได้ยาก ซึ่งจำเป็นต้องใช้ทักษะความชำนาญสูงและเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น กล้องไมโครสโคปทันตกรรม (Microscope) เข้ามาช่วย
🔑 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้
- ยิ่งมารักษาเร็ว โอกาสรอดยิ่งสูง: อย่ารอให้ปวดระบมหรือเป็นหนอง การรีบพบทันตแพทย์ตั้งแต่เริ่มเสียวฟันหรือฟันร้าว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาสำเร็จได้สูงที่สุด
- ฟันธรรมชาติอาจไม่รู้สึกเหมือนเดิม 100%: หลังรักษารากฟัน คุณอาจรู้สึกตึงๆ เวลาเคี้ยวได้บ้างเล็กน้อยเนื่องจากไม่มีเส้นประสาทภายในฟันแล้ว
- ต้องชั่งน้ำหนักเรื่อง “ความคุ้มค่า” ในการยื้อฟัน: หากพยายามเก็บฟันเดิมไว้ แต่ต้องผ่านการผ่าตัดซับซ้อนหลายขั้นตอนและงบประมาณบานปลาย การพิจารณาทำรากฟันเทียมอาจจบปัญหาได้เด็ดขาดและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
📋 แนวทางรับมือและขั้นตอนการรักษา
หากคุณกำลังประสบปัญหารักษารากฟันมาแล้วยังปวดอยู่ นี่คือขั้นตอนการวางแผนรับมือครับ:
[ขั้นตอนที่ 1] ประเมินและสังเกตอาการ
├── สังเกตว่าปวดแบบไหน (ปวดตลอดเวลา / ปวดเฉพาะเวลาเคาะหรือเคี้ยว)
└── เข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการ X-ray ตรวจเช็กบริเวณปลายรากฟัน
[ขั้นตอนที่ 2] ทดลองใช้งานด้วย "ครอบฟันชั่วคราว"
├── ใส่ครอบฟันชั่วคราวก่อน เพื่อทดสอบการเคี้ยวในชีวิตประจำวัน
└── หากไม่มีอาการปวดเพิ่มและเคี้ยวได้ปกติ ➔ ดำเนินการทำครอบฟันจริง
[ขั้นตอนที่ 3] ประเมินทางเลือกระหว่าง "ยื้อต่อ" กับ "ทำรากฟันเทียม"
├── หากเนื้อฟันเหลือน้อย ต้องผ่าตัดแต่งกระดูกกราม + เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
└── พิจารณาถอนฟันซี่นั้นออก แล้วฝัง "รากฟันเทียม" เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ปวดซ้ำซ้อน
ทำไมต้องรักษารากฟันที่ “คลินิกทันตกรรมคูณ” อุบลราชธานี?
ที่ คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี เรามีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านรักษารากฟัน พร้อมด้วยเทคโนโลยีเอ็กซเรย์ฟัน 3 มิติ (CT Scan) ที่ช่วยให้การตรวจวิเคราะห์คลองรากฟันมีความแม่นยำสูง เครื่องมือทุกชิ้นผ่านการอบฆ่าเชื้อมาตรฐาน บริการด้วยความใส่ใจ เป็นกันเอง เพื่อให้คนไข้ทุกคนได้รับการรักษาที่สบายใจและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
อย่าปล่อยให้ อาการปวดฟัน ทำลายคุณภาพชีวิตของคุณ!
หากคุณมีอาการปวดฟัน เสียวฟัน หรือเหงือกเป็นตุ่มหนอง สามารถทักมาปรึกษา หรือนัดคิวตรวจเช็กกับทีมคุณหมอที่ คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี ได้ทันทีครับ
📍 คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี ถ.ชยางกูร ปากซอยชยางกูร22 ตรงข้ามสนามฟุตบอลUMT
ให้บริการการรักษา จัดฟัน รากฟันเทียม รักษารากฟัน ครอบฟัน และเอ็กซเรย์ฟัน 3 มิติ (CT)
📞 โทรนัดหมาย / สอบถามเพิ่มเติมได้ 061-0826128
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรักษารากฟัน (FAQ)
Q: รักษารากฟันแล้ว ต้องทำครอบฟันทุกเคสไหม?
A: หากเป็นฟันหน้าที่มีเนื้อฟันเหลือเยอะ สามารถอุดฟันได้ครับ แต่หากเป็นฟันกรามที่ใช้แรงเคี้ยวหนัก หรือเนื้อฟันสูญเสียไปมาก จำเป็นต้องทำครอบฟัน (ร่วมกับการใส่เดือยฟัน) เพื่อป้องกันฟันแตกหักจากการเคี้ยวครับ
Q: รักษารากฟัน อยู่ได้กี่ปี?
A: หากได้รับการรักษารากฟันอย่างถูกต้อง ร่วมกับการทำครอบฟันและดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน ฟันที่รักษารากสามารถอยู่กับเราได้ตลอดชีวิตครับ
