รีเทนเนอร์มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับคุณ
หลังจากอดทนจัดฟันมานานหลายปี จนได้ฟันที่เรียงตัวสวยงามสมใจ ช่วงเวลาสำคัญถัดมาที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดคือ “การใส่รีเทนเนอร์ (Retainer)” เพื่อคงสภาพฟันให้อยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่ให้ฟันเคลื่อน ล้ม หรือถอยกลับครับ
แต่พอถึงเวลาต้องทำรีเทนเนอร์ คนไข้หลายคนมักมีคำถามว่า “รีเทนเนอร์มีกี่แบบ? แล้วเราควรเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะกับเราที่สุด?” วันนี้ คลินิกทันตกรรมคูณ สรุปข้อมูลเจาะลึก ข้อดี-ข้อเสีย พร้อมคำแนะนำจากทันตแพทย์มาฝากกันครับ!
1. ประเภทของรีเทนเนอร์ (มีกี่แบบกันแน่?)
โดยหลักการทางทันตกรรมแล้ว รีเทนเนอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ครับ:
1) รีเทนเนอร์แบบติดแน่น
เป็นเส้นลวดขนาดเล็กที่ดัดและยึดติดไว้บริเวณด้านหลังของฟันหน้า (ฝั่งลิ้นหรือเพดานปาก) ถอดออกเองไม่ได้ เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงฟันคืนตัวได้ง่าย
2) รีเทนเนอร์แบบถอดได้
เป็นแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด แบ่งย่อยออกเป็น 3 ชนิด:
- แบบลวด-พลาสติก / อะคริลิก: แบบดั้งเดิมที่นิยมใช้ มีฐานพลาสติกแนบเพดาน/เหงือก และมีเส้นลวดพาดหน้าฟัน
- แบบใส : พลาสติกใสขึ้นรูปพอดีกับตัวฟัน ใส่แล้วกลมกลืน ดูเป็นธรรมชาติ
- แบบโครงโลหะ : ตัวฐานทำจากโลหะทั้งชิ้น มีความแข็งแรงสูง ตกไม่แตก
2. เปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสีย แต่ละแบบ
| ประเภทรีเทนเนอร์ | ข้อดี | ข้อเสีย / ข้อควรระวัง | อายุการใช้งานเฉลี่ย |
| 1. แบบลวด-พลาสติก | • แข็งแรง ทนทานมาก • ปรับแต่งลวดได้เล็กน้อย • เลือกสี/ลายพลาสติกได้ | • มองเห็นเส้นลวดชัดเจน • อาจพูดไม่ชัดในช่วงแรก • ไม่ได้ล็อกฟันครบทุกมุม 100% | 2 – 5 ปีขึ้นไป (ดูแลดีใช้ได้ถึง 10 ปี) |
| 2. แบบใส | • สวยงาม มองไม่เห็นอุปกรณ์ • ล็อกฟันทุกตำแหน่งแน่นกระชับ • ไม่รบกวนการออกเสียง | • เปราะ/แตกหักง่ายกว่า • เป็นรอยขีดข่วนหรือติดสีง่าย | 1 – 2 ปี |
| 3. แบบโครงโลหะ | • แข็งแรงที่สุด ตกไม่แตก • ฐานบางกว่าแบบพลาสติก | • ราคาสูงกว่าแบบอื่น • มีข้อควรระวังในการใช้งาน | 3 – 5 ปีขึ้นไป |
💡 “ใส่รีเทนเนอร์กินข้าวได้จริงไหม?”
หลายคนอาจเคยเห็นโฆษณาว่า “รีเทนเนอร์แบบโครงโลหะใส่ทานข้าวได้” แต่ในความเป็นจริง คุณหมอไม่แนะนำให้ใส่รีเทนเนอร์รับประทานอาหารเลยไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม เนื่องจาก:
- แรงจากการบดเคี้ยวจะส่งผ่านรีเทนเนอร์ไปกดฟัน อาจทำให้ ฟันเคลื่อนผิดตำแหน่ง ได้
- การเคี้ยวอาหารจะไม่สะดวกและไม่อร่อยเท่าฟันเปล่า
- สุดท้ายก็ต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดเศษอาหารอยู่ดีครับ
3.ข้อคิดในการเลือกใช้รีเทนเนอร์
- หน้าที่หลักคือ “คงสภาพ” ไม่ใช่ “ดัดฟัน”: รีเทนเนอร์ไม่ได้ช่วยดัดฟันให้เข้าที่ แต่ทำหน้าที่ล็อกฟันให้อยู่ตำแหน่งเดิม การใส่ผิดวิธีหรือใส่ทานข้าวอาจส่งผลเสียต่อการเรียงตัวของฟัน
- เลือกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์:
- เน้นความคุ้มค่า ไม่ชอบเปลี่ยนบ่อย —- เลือกแบบลวด-พลาสติก
- ต้องใช้หน้าตา ทำงานพบปะผู้คน หรือออกเสียงชัดเจน —- เลือกแบบใส
- การถอดก่อนทานอาหารคือหัวใจสำคัญ: ควรถอดออกและเก็บใส่กล่องพกพาทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและดื่มน้ำหวาน/น้ำร้อน
4. Step: แนวทางปฏิบัติเพื่อยิ้มสวยยาวนาน
- Step 1: ปรึกษาทันตแพทย์เจ้าของเคสปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินลักษณะการสบฟันเดิม และเลือกชนิดรีเทนเนอร์ที่เหมาะกับช่องปากของคุณที่สุด
- Step 2: ใส่ให้ตรงเวลาและเคร่งครัดโดยเฉพาะในช่วง 1 ปีแรกหลังจัดฟันเสร็จ ควรใส่ตลอด 24 ชั่วโมง (ถอดเฉพาะตอนทานอาหารและแปรงฟัน)
- Step 3: ทำความสะอาดอย่างถูกวิธีใช้แปรงขนนุ่มแปรงเบาๆ ด้วยน้ำธรรมดาหรือน้ำยาล้างจาน ห้ามใช้น้ำร้อน และแช่เม็ดฟู่ทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
- Step 4: หมั่นตรวจเช็กสภาพอุปกรณ์หากพบว่ารีเทนเนอร์หลวม หัก ร้าว หรือใส่แล้วรู้สึกเจ็บผิดปกติ ให้รีบนำมาให้ทันตแพทย์ตรวจเช็กและปรับแต่งทันที

รีเทนเนอร์ต้องใส่กี่ปี? ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม? ไขข้อสงสัยหลังจัดฟันเสร็จ
หลายคนที่เพิ่งจัดฟันเสร็จและได้ถอดเหล็กจัดฟันออก คงรู้สึกตื่นเต้นกับรอยยิ้มใหม่ที่สวยงามและเรียงตัวเป็นระเบียบ แต่สิ่งหนึ่งที่ทันตแพทย์มักจะย้ำเสมอคือ “อย่าลืมใส่รีเทนเนอร์นะ” จนเกิดคำถามยอดฮิตตามมาว่า รีเทนเนอร์ต้องใส่กี่ปี? และ เราจำเป็นต้องใส่รีเทนเนอร์ไปตลอดชีวิตจริงหรือเปล่า?
วันนี้ คลินิกทันตกรรมคูณ จะมาเจาะลึกและไขทุกข้อสงสัย เพื่อให้รอยยิ้มสวยๆ อยู่คู่กับคุณไปนานที่สุดครับ
ทำไมจัดฟันเสร็จแล้ว ยังต้องใส่รีเทนเนอร์?
ลองจินตนาการว่าการจัดฟันเปรียบเหมือนการ “ย้ายต้นไม้ใหญ่” ไปปลูกในพื้นที่ใหม่ ในช่วงแรก ดินรอบๆ รากต้นไม้ยังไม่แน่น หากไม่มีไม้ค้ำยันไว้ ลมพัดเพียงเบาๆ ต้นไม้ก็อาจจะเอียงหรือล้มได้
ฟันของเราก็เช่นเดียวกันครับ บริเวณรากฟันจะมีเอ็นยึดปริทันต์และกระดูกรอบๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับตำแหน่งใหม่ หากเราไม่ใส่ รีเทนเนอร์ (Retainer) คอยประคองไว้ แรงจากลิ้น การบดเคี้ยว หรือพฤติกรรมการกลืน จะดันให้ฟันค่อยๆ เคลื่อนกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมก่อนจัดฟัน (เกิดภาวะฟันล้ม) นั่นเอง
สรุปชัดๆ: รีเทนเนอร์ต้องใส่กี่ปี? ต้องใส่ตลอดชีวิตไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ “ควรใส่ไปตลอดชีวิต” ครับ แต่คำว่าใส่ตลอดชีวิต ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใส่ตลอด 24 ชั่วโมงไปตลอดกาล โดยทันตแพทย์แบ่งระยะเวลาการใส่รีเทนเนอร์ออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้:
1. ช่วง 6 เดือนแรกหลังถอดเครื่องมือ (ช่วงวิกฤต)
- ระยะเวลาการใส่: 22 – 24 ชั่วโมงต่อวัน
- ข้อปฏิบัติ: ถอดออกเฉพาะเวลา ทานอาหาร และ แปรงฟัน เท่านั้น
- เหตุผล: เป็นช่วงที่เอ็นยึดรากฟันยังไม่เสถียรที่สุด ฟันมีโอกาสเคลื่อนกลับได้ง่ายที่สุด หากถอดทิ้งไว้นานๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมง ฟันก็เริ่มขยับแล้ว
2. ช่วง 6 เดือน ถึง 1 ปีหลังจัดฟันเสร็จ
- ระยะเวลาการใส่: เริ่มทดสอบปรับลดเวลาลง
- ข้อปฏิบัติ: หากลองถอดระหว่างวันแล้วกลับมาใส่ใหม่ ไม่รู้สึกตึงหรือเจ็บฟัน แสดงว่าฟันเริ่มคงที่แล้ว สามารถปรับมา ใส่เฉพาะตอนนอน ได้
- ข้อระวัง: หากลองถอดสัก 6 ชั่วโมง แล้วพอใส่กลับรู้สึกตึงหรือแน่นมาก แปลว่าฟันยังเคลื่อนง่ายอยู่ ต้องใส่ตลอดวันต่อไปอีกระยะหนึ่ง
3. ระยะยาว (1 ปีขึ้นไป)
- ระยะเวลาการใส่: ใส่ทุกคืนก่อนนอน
- ข้อปฏิบัติ: ใส่สม่ำเสมอก่อนนอนทุกวัน การเว้นใส่หลายๆ วัน แล้วค่อยกลับมาใส่ อาจทำให้รีเทนเนอร์คับ ใส่ไม่ลง หรือเกิดอาการปวดฟันได้
วิธีเช็กง่ายๆ ว่าฟันเริ่มเคลื่อนหรือยัง?
คุณสามารถทดสอบสภาพฟันได้ด้วยตัวเองโดย:
- ถอดรีเทนเนอร์ประมาณ 6–7 ชั่วโมง (เช่น ช่วงกลางวัน)
- นำรีเทนเนอร์กลับมาใส่ใหม่แล้วสังเกตความรู้สึก
- ใส่ได้ปกติ ไม่เจ็บ ไม่ตึง: โครงสร้างฟันยังคงที่ค่อนข้างดี
- รู้สึกตึงฟันแน่นๆ หรือปวด: ฟันเริ่มมีการเคลื่อนตัวแล้ว ควรกลับไปใส่ตลอดวันอย่างสม่ำเสมอ
3 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ต้อง “จัดฟันรอบสอง”
- ชอบใส่ๆ ถอดๆ ระหว่างวัน: การถอดรีเทนเนอร์ทิ้งไว้ 4–5 ชั่วโมงบ่อยๆ ในช่วง 6 เดือนแรก จะทำให้ฟันถูกดันเข้า-ออกตลอดเวลา จนฟันไม่นิ่งสักที
- เว้นการใส่นานเกินไป: คิดว่าฟันคงไม่เคลื่อนแล้ว เลยหยุดใส่ไปหลายเดือน พอจะกลับมาใส่ รีเทนเนอร์ก็ใส่ไม่ลงเสียแล้ว
- ห่อรีเทนเนอร์ด้วยทิชชู่: พฤติกรรมยอดฮิตเวลานั่งทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งมักจะจบลงด้วยการเผลอทิ้งลงถังขยะ และทำให้ขาดการใส่รีเทนเนอร์ไปหลายวัน
คำแนะนำจากทันตแพทย์ คลินิกทันตกรรมคูณ
การจัดฟันใช้ทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และความอดทนอย่างมาก ดังนั้นการใส่รีเทนเนอร์จึงเป็น “ก้าวสุดท้ายที่สำคัญที่สุด” ที่จะช่วยปกป้องผลลัพธ์การจัดฟันของคุณให้อยู่ยาวนาน
หากคุณกำลังมีปัญหารีเทนเนอร์หลวม รีเทนเนอร์หัก หาย หรือรู้สึกว่าฟันเริ่มเกล้ม ไม่ควรรอช้าครับ สามารถเข้ามาปรึกษาและทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่กับทีมทันตแพทย์เฉพาะทางได้ที่ คลินิกทันตกรรมคูณ เพื่อดูแลรอยยิ้มของคุณให้สวยเป๊ะอยู่เสมอ
รีเทนเนอร์ 1คู่ 2,499บาท (บน-ล่าง) พิมพ์ปาก ฟรี!!!
คลินิกทันตกรรมคูณ ถ.ชยางกูร ปากซอยชยางกูร22 ตรงข้ามสนามฟุตบอลUMT ก่อนถึงสามแยกวัดพระธาตุหนองบัว 200เมตร(มาจากทางบิ๊กซี)
