สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้หมอและทีมงาน คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี อยากมาชวนทุกคนพูดคุยเรื่องสุขภาพฟันและกระดูกกันค่ะ หลายๆ คนที่เข้ามาทำฟันหรือปรึกษาเรื่องฟันโยก ฟันไม่อยู่ทรง หรือเตรียมตัวจัดฟัน มักจะมีคำถามชวนคุยกับหมอเสมอว่า “หมอคะ/หมอครับ เราควรเริ่มทานแคลเซียมเสริมตอนไหนดี?” หรือ “ทานแคลเซียมแล้วช่วยให้ฟันแข็งแรงขึ้นจริงไหม?”
วันนี้หมอเลยตั้งใจย่อยข้อมูลแบบเข้าใจง่ายๆ พร้อมข้อควรระวังที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ มาฝากชาวอุบลฯ และเพื่อนๆ ที่กำลังดูแลสุขภาพรอยยิ้มกันค่ะ 😊
ทำไม “แคลเซียม” ถึงสำคัญกับรอยยิ้มและฟันของเรา?
รู้ไหมคะว่า ในร่างกายของเรามีแคลเซียมอยู่เยอะมาก และกว่า 99% ของแคลเซียมทั้งหมด ถูกเก็บไว้ที่กระดูกและฟัน ของเรานี่เองค่ะ!
แคลเซียมมีหน้าที่สำคัญในการเป็นโครงสร้างหลัก ทำให้รากฟันและกระดูกเบ้ารับฟัน (Bone structure) มีความหนาแน่น แข็งแรง ยึดฟันของเราให้อยู่แน่นกับเหงือกได้ดี ส่วนอีก 1% ที่เหลือจะอยู่ในเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ช่วยเรื่องการทำงานของประสาท กล้ามเนื้อและการแข็งตัวของเลือดค่ะ
หากร่างกายของเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้กระดูกเบ้ารองรับฟันบางลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะฟันโยก เหง็อกร่น หรือเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้นนั่นเองค่ะ
เราควรเริ่มกินแคลเซียมเสริมเมื่อไหร่ดี?
หมอมักจะแนะนำคนไข้เสมอว่า การสะสมแคลเซียมที่ดีที่สุดควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ค่ะ แต่กลุ่มคนที่ควรระวังและพิจารณาเสริมแคลเซียมเป็นพิเศษ ได้แก่:
- ช่วงวัยรุ่นและคนทำงาน: เป็นช่วงที่ร่างกายยังสะสมมวลกระดูกและฟันได้ดีที่สุด (Peak Bone Mass)
- คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร: เป็นช่วงที่ร่างกายต้องการแคลเซียมสูงมาก เพื่อนำไปสร้างโครงสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อย
- ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน): เมื่อฮอร์โมนเปลี่ยน อัตราการสลายกระดูกจะเร็วกว่าการสร้าง ทำให้กระดูกบางลงอย่างรวดเร็ว
- คนที่ไม่ดื่มนม แพ้นมวัว หรือทานมังสวิรัติ: กลุ่มนี้มักจะได้รับแคลเซียมจากอาหารประจำวันไม่เพียงพอค่ะ

กินแคลเซียมอย่างไรให้ได้ผล และผลข้างเคียงที่ต้องระวัง!
การทานแคลเซียมเสริมไม่ได้แปลว่ายิ่งทานเยอะยิ่งดีนะคะ การทานไม่ถูกวิธีอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกันค่ะ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทานแคลเซียมเสริม มีดังนี้ค่ะ:
- ระวังเรื่องอาการทางเดินอาหาร: การกินแคลเซียมโดสสูงเกินไปในครั้งเดียว อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ท้องอืด หรือแน่นท้องได้ แนะนำให้เลือกประเภทแคลเซียมที่ดูดซึมง่าย (เช่น แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต หรือแคลเซียมซิเตรต) และทานพร้อมหรือหลังอาหารทันทีค่ะ
- ระวังการตกค้างในร่างกาย: หากรับประทานแคลเซียมปริมาณมากเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยไม่มีวิตามินอื่นช่วยนำพา อาจเสี่ยงต่อการเกิดหินปูนสะสมในหลอดเลือดหรือไตได้ค่ะ
- อย่าลืมวิตามิน D และการออกกำลังกาย: แคลเซียมจะดูดซึมเข้าสู่กระดูกและฟันได้ดี ต้องอาศัย วิตามิน D (จากการโดดแดดอ่อนๆ เช้า-เย็น หรือทานอาหารที่มีวิตามิน D) ควบคู่กับการออกกำลังกายที่มีแรงกด เช่น การเดิน วิ่ง หรือเวทเทรนนิ่ง เพื่อกระตุ้นให้กระดูกสร้างความหนาแน่นค่ะ
ดูแลสุขภาพฟันครบวงจร ที่คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี
การทานแคลเซียมเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสุขภาพฟันจากภายในค่ะ แต่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากภายนอก เช่น การตรวจสุขภาพฟันประจำปี ขูดหินปูน อุดฟัน หรือเช็คสุขภาพเหงือกและกระดูกเบ้ารับฟันอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรละเลยนะคะ
หากพ่อแม่พี่น้องชาวอุบลฯ หรือพื้นที่ใกล้เคียง มีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปาก ฟันโยก ปวดฟัน หรืออยากเข้ามาปรึกษาเรื่องการจัดฟันและทำฟัน สามารถแวะมาหาหมอและทีมงานได้ที่ คลินิกทันตกรรมคูณ นะคะ ยินดีดูแลทุกท่านด้วยความใส่ใจและเป็นกันเองค่ะ ❤️
📍 คลินิกทันตกรรมคูณ อุบลราชธานี
- ที่ตั้ง: ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี (เดินทางสะดวก มีที่จอดรถ)
- บริการ: ทำฟัน จัดฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ฟันปลอม และโรคเหงือก
- สอบถาม / นัดหมายล่วงหน้า: ติดต่อผ่านทางหน้าเพจ Facebook หรือโทรนัดหมายกับแอดมินได้เลยค่ะ
