สวัสดีค่ะทุกคน! ใครเคยเผลอเอาลิ้นไปดุนๆ ฟันแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ… ทำไมซี่นี้มันโยกนิดๆ ล่ะ?” แล้วจู่ๆ ก็แอบใจหายวาบกลัวฟันจะหลุดออกมาบ้างไหมคะ? บอกเลยว่าอาการนี้เคยเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวมาแล้วค่ะ พลอยก็เลยถือโอกาสพาตัวเองไปปรึกษาคุณหมอเรื่องนี้มาฝากทุกคนกันด้วย
วันนี้เรามาคุยกันแบบสบายๆ สไตล์คนรักสุขภาพช่องปากนะคะ ว่าตกลงแล้วอาการฟันโยกมันเกิดจากอะไร และถ้าใครกำลังมองหาคลินิก รักษาฟันโยก อุบล อยู่ จะมีแนวทางดูแลรักษาอย่างไร รวมถึงเรื่องการขูดหินปูนและการเกลารากฟันที่หลายคนสงสัยค่ะ ตามมาดูกันเลย!
ทำไมอยู่ๆ ฟันถึงโยก? สาเหตุที่หลายคนคาดไม่ถึง
หลายคนอาจจะคิดว่าฟันโยกเกิดจากการไปกัดของแข็งหรืออุบัติเหตุเท่านั้นใช่ไหมคะ? แต่ความจริงแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่กว่า 90% เกิดจาก “โรคเหงือกอักเสบ” หรือ “โรคปริทันต์” ต่างหากล่ะค่ะ!
ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ แต่มันเกิดจากการที่เราไม่ได้ไปขูดหินปูนมานานมากๆ จนเจ้าหินปูนตัวร้ายไปสะสมเกาะอยู่ทั้งบริเวณเหนือเหงือก และที่ร้ายกาจกว่านั้นคือมันแอบลึกลงไปใต้เหงือกของเราเรื่อยๆ พอนานวันเข้า เหงือกและกระดูกรองรับรากฟันเริ่มถูกทำลาย เจ้าฟันซี่สวยของเราก็เลยเริ่มสูญเสียความมั่น
ที่พีคไปกว่านั้นคือ โรคเหงือกในระยะแรกมักจะ “ไม่มีอาการเจ็บปวด” เลยค่ะ! เราจะไม่รู้สึกอะไรเลย จนกระทั่งวันหนึ่งมันเริ่มโยกคลอนหนักมาก รู้ตัวอีกทีก็แทบจะสายเกินแก้แล้ว ดังนั้นอย่ารอให้เจ็บนะคะ ถึงเวลาต้องเช็กลิสต์ช่องปากกันหน่อยแล้ว
แนวทางการรักษาฟันโยก ประเมินอย่างไรดี?
พอมาเจอคุณหมอ สิ่งแรกที่คุณหมอจะทำคือการตรวจและประเมินระดับความโยกของฟันค่ะ ว่าน้องฟันของเราอาการหนักแค่ไหน ซึ่งแบ่งแนวทางการรักษาออกเป็น 2 แบบหลักๆ ดังนี้ค่ะ:
- กรณีฟันโยกไม่มาก: ถ้าระกอบกับกระดูกรองรับรากฟันยังไหว คุณหมอยังสามารถช่วยชีวิตน้องฟันซี่นั้นไว้ได้ด้วยการ ขูดหินปูน และ การเกลารากฟัน เพื่อเคลียร์ความสะอาดใต้เหงือกค่ะ
- กรณีฟันโยกมาก (ทิ้งไว้นานเกินไป): อันนี้น่าเสียดายมากๆ ค่ะ ถ้าปล่อยให้โยกจนเกินเยียวยาและไม่สามารถเก็บไว้ได้แล้ว คุณหมออาจจะต้องพิจารณา ถอนฟันซี่นั้นออก เพื่อรักษาฟันซี่อื่นๆ ที่ยังแข็งแรงและสุขภาพเหงือกส่วนรวมเอาไว้ค่ะ

การขูดหินปูน และ การเกลารากฟัน คืออะไร?
สำหรับใครที่สงสัยว่าสองอย่างนี้ต่างกันยังไงและช่วยเรื่องฟันโยกได้ยังไง มาดูกันค่ะ:
- การขูดหินปูน (Scaling): เป็นการใช้เครื่องมืออัลตราโซ닉กำจัดคราบหินปูนและคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บริเวณ เหนือเหงือก และขอบเหงือกออก เพื่อป้องกันไม่ให้เหงือกอักเสบเรื้อรัง
- การเกลารากฟัน (Root Planing): สำหรับเคสที่หินปูนลามลงไปใต้เหงือกจนเกิดโรคปริทันต์ คุณหมอจะต้องทำการเกลารากฟันร่วมด้วยค่ะ คือการทำความสะอาดลึกลงไปใต้ร่องเหงือก เพื่อผิวรากฟันที่เรียบเนียน ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียและหินปูนกลับมาเกาะซ้ำได้ง่าย ทำให้เหงือกกลับมากระชับรัดรากฟันได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการฟันโยก
Q1: ฟันโยกแล้ว สามารถกลับมาแน่นเหมือนเดิมได้เองไหม?
- A: ไม่ได้ค่ะ! อาการฟันโยกจะไม่สามารถหายเองได้ ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งแย่ลง แนะนำให้รีบมาพบทันตแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาอย่างถูกวิธีนะคะ
Q2: ถ้าต้องการรักษาฟันโยก อุบล ควรเลือกคลินิกอย่างไรดี?
- A: ควรเลือกคลินิกทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน มีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านปริทันต์ (โรคเหงือก) หรือคุณหมอที่มีประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่ายังสามารถเก็บฟันไว้ได้หรือต้องวางแผนรักษาอย่างไรต่อค่ะ
Q3: การขูดหินปูนและเกลารากฟันเจ็บไหม?
- A: อาจจะมีอาการเสียวฟันหรือระบมเล็กน้อยระหว่างทำหรือหลังทำเสร็จ (โดยเฉพาะการเกลารากฟันที่ต้องทำลึกลงไปใต้เหงือก) แต่คุณหมอสามารถใช้วิทยาชาเฉพาะที่ช่วยลดอาการเจ็บได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวเลย!
สรุปส่งท้าย
การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องที่เราละเลยไม่ได้เลยนะคะ ใครที่เริ่มรู้สึกว่าฟันเริ่มโยกนิดๆ หรือไม่ได้ขูดหินปูนมานานเกิน 6 เดือนแล้ว แนะนำให้รีบจองคิวไปตรวจเช็กสุขภาพฟันกันเถอะค่ะ จะได้รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องมานั่งเสียดายฟันแท้ทีหลังน้า
สำหรับเพื่อนๆ ชาวอุบลฯ คนไหนที่กำลังมองหาที่ปรึกษาหรืออยาก รักษาฟันโยก อุบล ลองแวะไปตรวจเช็กกับคลินิกทันตกรรมคูณ ถ.ชยางกูร กันดูนะคะ ด้วยความห่วงใยจากใจจริงค่ะ! ✨
